Q : Capsika บรรเทาอาการปวดได้อย่างไร ?

กลไกการออกฤทธิ์ของ Capsika นั้นเริ่มจากเมื่อเราทายาลงไป ตัวแคปไซซิน ( Capsaicin ) ที่เป็นสารออกฤทธิ์หลักของ Capsika จะไปกระตุ้นที่ตัวรับของมัน ( Receptorหรือที่รู้จักกันในนาม TRPV1 ) ที่ผิวหนังชั้นนอกของเรา เกิดการส่งผ่านกระแสประสาทผ่านทางกลไกการเจ็บปวดของมนุษย์ ( Pain Pathway ) จนมีการหลั่งสารสื่อประสาท ( Neurotransmitter โดยตัวที่สำคัญคือ Substance P )และนำไปแปลผลที่สมองในขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องความปวด แต่เมื่อเราทายาอย่างต่อเนื่องวันละ 3-4 ครั้ง ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ตัวรับของมันจะเกิดการตอบสนองลดลงประกอบกับสารสื่อประสาทใน Pain Pathway จะถูกใช้ไปจนเหลือน้อยทำให้ไม่สามารถไปแปลผลที่สมองว่าเกิดอาการปวดได้ ด้วยกลไกที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงทำให้ Capsika สามารถบรรเทาอาการปวดได้นั่นเอง

Q : ทำไมเวลาทา Capsika gel ในช่วงแรกจึงรู้สึกร้อน ?

เป็นไปตามกลไกการออกฤทธิ์ของยาคือช่วงแรกที่เราทายา Capsika เข้าไปนั้น Capsika จะยังไปออกฤทธิ์ผ่านกลไกการเจ็บปวดของมนุษย์ก่อน ทำให้สมองเกิดการแปลผลว่าเกิดการเจ็บปวดเกิดขึ้น ( ความร้อนนั่นเอง ) ต้องทายาอย่างต่อเนื่องไประยะเวลาหนึ่งก่อน อาการร้อนและอาการปวดก็จะลดลงตามกลไกการออกฤทธิ์ของตัวยา

Q : Capsika gel สามารถบรรเทาอาการปวดประเภทไหนได้บ้าง ?

บรรเทาอาการปวดได้ทุกชนิด แบ่งเป็นประเภทหลักๆได้ 2 ประเภท คือ

1. Musculoskeletal Pain คือปวดกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น ปวดหลังช่วงล่าง,ปวดคอเรื้อรัง,
ปวดกล้ามเนื้อจากการเล่นกีฬา เป็นต้น โดย Capsika จะเหมาะกับอาการปวดแบบเรื้อรังมากกว่าอาการปวดแบบเฉียบพลัน
2. Neuropathic Pain คือปวดปลายประสาทเสื่อมจากโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน,งูสวัด เป็นต้น

Q : ข้อดีของ Capsika gel คือ ?

1. สามารถบรรเทาอาการปวดได้ทุกชนิด 
2.ใช้พริกพันธุ์เฉพาะคือพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ที่ให้ปริมาณแคปไซซินสูงกว่าพันธุ์ปกติ
3. ใช้พริกที่ปลูกเองในประเทศ ช่วยการจ้างงานของเกษตรกรไทย ลดการรั่วไหลของเงินตราออกนอกประเทศ การอุดหนุน Capsika เท่ากับอุดหนุนของคนไทยด้วยกัน
4. มีการสกัดแคปไซซินด้วยวิธีเฉพาะของบริษัท Bangkok Drug ทำให้ได้เนื้อเจลที่ใส ดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะหลังจากทา
5. มีการทำศึกษาวิจัย ( Clinical Trial )ในประเทศไทยโดยบริษัท Bangkok Drug เอง ทำให้สามารถรับรองถึงประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี โดยมีการศึกษาวิจัยครอบคลุมทั้ง Musculoskeletal Pain ( กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก ) และ Neuropathic Pain ( กลุ่มอาการปวดปลายประสาทเสื่อม )
6. โรงงานการผลิต ( Bangkok Lab & Cosmetic ) มีมาตรฐานการผลิตที่สูง ( มาตรฐาน GMP, ISO 9001:2000 เป็นต้น ) ทำให้มั่นใจในตัวคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี
7. Capsika เป็นยาที่สกัดจากสมุนไพรจึงมีความปลอดภัยในการใช้สูงกว่าการใช้สารสังเคราะห์

Q : Glucosa แนะนำให้รับประทานเวลาไหน ?

จากการศึกษาค้นพบว่า Glucosamine Sulfate  ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์หลักของ Glucosa สามารถรับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ช่วงเวลาไหนก็ได้ แต่ขอให้รับประทานรวมกันให้ได้ 1,500 mg ต่อวัน ยกตัวอย่างเช่น Glucosa Tablet 750 mg สามารถรับประทานครั้งละ 1 เม็ด เช้า – เย็น หรือรับประทานพร้อมกัน 2 เม็ดในมื้อเช้าก็ได้ เนื่องจากอาหารไม่มีผลต่อการดูดซึมของ Glucosamine

Q : ทำไมรับประทาน Glucosa ช่วงแรกแล้ว มีอาการดีขึ้นก็จริง แต่ยังไม่หายปวด ?

เนื่องจากสาร Glucosamine เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะถูกทำลายที่ตับไปจำนวนมาก ทำให้เหลือนำมาใช้งานได้จริงแค่ 26 % ของปริมาณที่รับประทานเข้าไป ทำให้การออกฤทธิ์ของตัวยาต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรประมาณ 2 – 3 เดือน โดยควรทานอย่างต่อเนื่อง แต่การรับประทาน Glucosamine ถือว่าเป็นการแก้ที่ต้นเหตุของโรคเนื่องจาก Glucosamine จะไปช่วยเพิ่มน้ำเลี้ยงข้อต่อและกระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อน ดังนั้นถ้าช่วงแรกยังมีอาการปวดอยู่ อาจจะแนะนำให้ทานยาต้านการอักเสบ ( N-Saids )
หรือยาแก้ปวดร่วมด้วยเพื่อบรรเทาอาการปวดในเบื้องต้นก่อน

Q : หลังจากรับประทาน Glucosa แล้วมีอาการดีขึ้น ควรหยุดรับประทานหรือเปล่า ? และถ้ารับประทานต่อไป สามารถรับประทานต่อไปได้นานแค่ไหน ?

ไม่จำเป็นต้องหยุดรับประทาน เนื่องจากกลไกของ Glucosamine ในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อนจำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างเป็นระยะเวลานานพอสมควร จึงควรรับประทานอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องความปลอดภัยของการรับประทานต่อไป เนื่องจากปกติแล้ว Glucosamine เป็นสารที่มีการสร้างอยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้ว ดังนั้นการรับประทาน Glucosamine จึงเท่ากับไม่ได้รับประทานสิ่งแปลกปลอมเข้าไปและวัตถุดิบของ Glucosa มีมาตรฐานสูง จึงสามารถรับประทานอย่างต่อเนื่องได้ แต่แนะนำว่าให้รับประทานไม่เกิน 3 ปีและมีการหยุดพักบ้าง

phone   phone 662-613-9758 fax 662-215-5747 marketing@bangkokdrug.com
Copyright © 2010 BangkokDrug Co.,Ltd.